Enter site

Editor's talk

ผมไม่เคยคิดว่าข้อต่อจะเป็นเรื่องที่ผมต้องกังวลเลย จนกระทั่งย่างเข้าวัย 30 ผมเริ่มมีปัญหาเกี่ยวกับข้อต่อ และจนมันกลายมาเป็นปัญหาชีวิตของผมไปเสียแล้ว ไม่อยากจะคิดว่าในอนาคตจะมีอะไรรอผมอยู่อีก แต่ที่แน่ๆ มันไม่ใช่เรื่องดี! วันนี้ผมไม่ได้เขียนเรื่องนี้ขึ้นมาเพื่อที่จะบ่นปัญหาชีวิต แต่ผมอยากจะเล่าให้ฟังว่าผมแก้ปัญหานี้ได้แล้วอย่างไรต่างหาก

ผมเกิดในครอบครัวที่ค่อนข้างยากจน ก็เหมือนกับครอบครัวอื่นๆ ที่อยู่ในฐานะเดียวกัน พวกเราต้องด้นรนให้อยู่รอดกับต้นทุนชีวิตที่น้อยนิด แต่ผมไม่ต้องการจะใช้ชีวิตแบบนี้อีกต่อไปแล้ว ผมอยากมีชีวิตที่ดีขึ้น ผมจึงตัดสินใจชกมวยเลี้ยงชีพ

ตอนแรกผมเริ่มจากเป็นลูกมือข้างเวทีมวย เพื่อที่จะได้มีโอกาสดูว่านักมวยมืออาชีพเขาชกกันอย่างไร และมีโอกาสได้ชกเวทีสมัครเล่นอยู่บ้าง เป็นประสบการณ์ที่ดีมากครับ แต่ก็ทำให้ผมรู้ด้วยว่าผมไม่พร้อมจะลงเวทีมวยจริงๆ แต่โชคดีครับ ที่ผมมีโอกาสได้ซ้อมกับค่ายมวย

ที่นั้นเราซ้อมมวยกันทุกวัน ตั้งแต่เช้าตรู่ถึงเย็น มีวันหยุดวันเดียวคือวันจันทร์ครับ หนักมากครับ แต่ผมก็กัดฟันสู้และมุ่งมั่นซ้อมอย่างเต็มที่ ผ่านไป 5 ปี ผมก็สามารถชกมวยสร้างรายได้ให้กับตัวเองได้

ถึงเวลาชดใช้ให้ร่างกาย

หลังจากนั้นผมก็ได้เรียนรู้ว่าการชกมวยไม่ใช่อาชีพที่คุณจะทำไปได้ตลอดชีวิต มันเป็นวิธีการที่ทำให้คุณได้เงินเร็วมาก แต่ไม่นานคุณก็จะต้องจ่ายคืน

อย่างที่เรารู้กันว่าการชกมวย โดยเฉพาะมวยไทยนั้น ต้องอาศัยหลายๆ ส่วนของร่างกายในการต่อสู้ ทั้งแข้ง เข่า ศอก แน่นอนว่าไม่มีนักมวยไหนไม่เคยเจ็บตัวจากการขึ้นชก แค่ว่าใครจะโดนหนักหรือโดนเบาเท่านั้นเอง ผมเริ่มสังเกตเห็นอาการแรกของปัญหาข้อต่อ นั้นคือ อาการบวม ปวดกล้ามเนื้อ และเจ็บเวลาเคลื่อนไหว

นักมวยโดยทั่วไปแล้วจะใช้ยาหม่องและน้ำมันนวดต่างๆ ในการลดอาการปวดข้อต่อ ผมเองก็ใช้วิธีนี้เหมือนกัน เพราะมันช่วยบรรเทาความปวดได้จริง ทำให้ผมรู้สึกดีขึ้น แต่ก็ไม่นาน

ตัวช่วยอันดับหนึ่ง

เวลาผ่านไป สถานการณ์ก็ยิ่งแย่ลง ผมปวดที่ข้อศอกหนักมากจนบางคืนก็นอนไม่หลับ และบางครั้งก็แทบขยับหัวเข่าไม่ได้เลย ที่แย่ที่สุดคือ ในตอนนั้นผมเพิ่งจะอายุ 31 เท่านั้น ผมจำต้องเลิกชกมวย และน้ำมันนวดที่ผมเคยใช้ก็ดูจะช่วยอะไรไม่ได้อีกแล้ว

ตั้งแต่นั้นมาผมเริ่มมองหาตัวช่วยอื่น แต่ก็พบว่าน้ำมันและครีมแก้ปวดที่ใช้ภายนอกนั้นมีข้อเสียคือ ทำให้เกิดอาการแพ้ที่ผิว ซึ่งผมก็พบว่าผมแพ้อยู่หลายตัวทีเดียว มันทำให้ผิวผมแดง และแสบร้อนจนเจ็บผิว ผมจ้องเลิกใช้ โดยที่ยังไม่ทันจะได้รู้ว่าตัวที่ใช้อยู่นั้นแก้ปวดได้จริงมั้ย

นอกจากพวกยาทาแล้ว ผมก็ยังลองวิธีอื่นๆ เช่น การนวด ยากิน และยาแผนโบราณที่นิยมกัน บางวิธีก็เหมือนจะได้ผลอยู่บ้าง แต่หลายๆ วิธีก็ไม่เห็นผลอะไรเลย โดบรวมแล้วมันก็แค่ช่วยบรรเทาอาการปวดลงชั่วคราว แต่ก็ไม่ได้ทำให้ต้นตอของปัญหาหายไปไหน

เมื่อปีก่อน ผมได้เจอเพื่อนที่เคยอยู่ค่ายมวยเดียวกัน ปรากฏว่าเขาก็แพ้พวกยานวดแก้ปวดข้อต่อเหมือนกับผม และต้องทนปวดอยู่เป็นเวลานานโดยไม่มีอะไรช่วยได้ แต่ Imosteon ช่วยเขาได้ หลังจากที่เขาเล่าให้ผมฟัง ผมไม่รอช้าที่จะหาข้อมูลเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ตัวนี้ และผมประทับใจมากับสิ่งที่ผมได้อ่าน โดยรวมแล้วสรุปได้ดังนี้

  • - สรรพคุณครอบคลุม จึงไม่จำเป็นต้องใช้ยาหรือผลิตภัณฑ์อื่นร่วม
  • - ส่วนประกอบเป็นสารสกัดจากธรรมชาติ
  • - มีประสิทธิภาพแม้กับผู้ใช้อายุ 40 ปีขึ้นไป
  • - ผลิตภัณฑ์แคปซูลสำหรับรับประทาน จึงเหมาะกับผู้ที่แพ้ผลิตภัณฑ์แก้ปวดแบบใช้ภายนอก
  • - ออกฤทธิ์เร็ว และมีประสิทธิภาพกว่าผลิตภัณฑ์แก้ปวดแบบใช้ภายนอก

ทำให้ผมไม่ลังเลเลยที่จะลอง ผมลองสั่งมา 1 ชิ้น ก่อนกันพลาด ทันทีที่ได้ของผมก็เริ่มลองกิน Imosteon เลย โดยกิน ครั้งละแคปซูล วันละ 2 ครั้ง ในวันแรกที่กินนั้น ผมไม่เห็นการเปลี่ยนแปลงใดๆ แต่ในวันต่อมาผมก็สังเกตว่าอาการบวมที่ขาลดลง และไม่รู้สึกเจ็บเหมือนก่อน

ดูเหมือนว่าจะมีการเปลี่ยนแปลงที่ดีขึ้นเรื่อยๆ แต่เจ้าแคปซูลนี้ก็หมดเสียก่อน ผมรีบสั่งเพิ่มทันที กังวลมากครับในตอนนั้นว่าถ้าหยุดกินตอนนี้ผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นนี้จะหายไป แต่ก็ไม่ใช่เลยครับ อาการที่ดีขึ้นแล้วก็คงที่อยู่แบบนั้นเลย

เมื่อตอนที่ผมกิน Imosteon จนครบคอร์ส รู้สึกเหมือนได้ร่างใหม่มาเลยครับ อาการปวด บวม ฝืด ต่างๆ ถึงจะยังมีอยู่บ้าง แต่ก็มาไกลจากจุดที่เคยเป็นมากครับ ก็ต้องเข้าใจนะครับว่าปาฏิหาริย์ไม่มีจริง ได้แค่นี้ก็พอใจมากแล้วครับ ผมกลับมาเดินได้อย่างคล่องแคล่ว จริงๆ แล้วกลับมาวิ่งและขี่จักรยานได้เป็นกิโลๆ แล้วด้วยครับ

สิ่งที่สำคัญที่สุดคือ Imosteon ไม่ได้ช่วยเรื่องปัญหาข้อต่อหลังการบาดเจ็บเท่านั้น แต่ยังช่วยได้แม้กรณีที่เป็นการถ่ายทอดทางพันธุกรรม ก่อนหน้านี้ภรรยาของผมก็มีปัญหาข้อต่อ ที่ทำให้เธอเดินขึ้นลงบันไดลำบากกว่าคนทั่วไปเพราะกรรมพันธุของเธอ แต่ Imosteon ก็ช่วยให้เธอเคลื่อนไหวได้อย่างคล่องตัวอีกครั้ง ก่อนหน้านี้เราเคยคุยกันแต่เรื่องการวางแผนชีวิตเพื่อรอวันที่เราจะแก่หรือตายจากกันไป แต่ตอนนี้เรากลับมองเห็นแต่อนาคตและความเป็นไปได้อีกมากมายที่รอเราอยู่

คุณจะตัดสินใจซื้อตามที่ผมบอกหรือไม่นั้นคุณอยู่ตัวคุณเอง ผมเพียงแค่ต้องการแชร์ประสบการณ์ของผมเท่านั้น และหวังว่ามันจะเป็นประโยชน์กับใครบ้างนะครับ

ไปที่เว็บไซต์

ความคิดเห็น

Somboon
Imosteon ดีจริงครับ ช่วยยืนยันอีกเสียง หลังผมกินไปเดือนกว่าๆ ก็รู้สึกว่าดีขึ้น ก็เลยสั่งเพิ่มไปอีกแล้วครับ
IceIce01
ใครรู้บ้างคะว่าซื้อได้ที่ไหน หาทั่วกรุงเทพแล้วไม่เจอเลยค่ะ
Veerachai
ผมชอบมวยมากครับ แต่ดูอย่างเดียวครับ ให้ต่อยเองคงไม่กล้า
Fuengfah
ขอบคุณมากค่ะ ที่มาแชร์เรื่องนี้ สำหรับบ้านดิฉันแล้ว นี่เป็นปัญหาใหญ่มาก ที่สืบทอดกันมา
Somkid
ผมว่ามันก็มีโอกาสหายอยู่แหละ เพราะคุณเพิ่งจะเป็นข้ออักเสบตอนอายุน้อยๆ แต่ผมนี้มาเป็นเอาตอน 50 เลย แต่ก็ลองสั่ง Imosteon ไปแล้วตามคุณแนะนำ ดูสิว่าจะได้ผลยังไง
Arkom
ผมกับน้องสาวกิน Imosteon แล้วครับ ทั้งผมและน้องประทับใจมาก และแนะนำให้เพื่อนๆ ที่ปวดข้อกินด้วยเหมือนกัน ให้ลูกสั่งซื้อจากเว็บไซต์ให้ จ่ายเงินปลายทางด้วย
Shareef
ขอบคุณที่แชร์ครับ จะสั่งให้คุณแม่ลองใช้ Imosteon บ้าง
Preaw
ฉันก้มีปัญหาแบบเดียวกันเลยค่ะ คือปวดข้อ แต่ผิวก็บาง ใช้ยาทาไม่ได้เลย แต่ Imosteon ทานได้โดยไม่ต้องกังวลเรื่องอาการแพ้เลยค่ะ
Suvitra
ยาหม่องมันก็เป็นของคู่บ้านคู่เมืองเรามานานแล้วอะเนอะ แต่ก็ไม่ใช่ว่าจะรักษาได้จริงๆ หรอก
Bella
ขอบคุณที่แชร์ค่ะ
Kanya
ส่วนตัวดิฉันก็ไม่ชอบแบบทาค่ะ เพราะน่ารำคาญมากกว่าจะซึม แล้วก็ยังทำเสื้อผ้าเป็นคราบน้ำมันอีก
Penaek
สำหรับที่ 1 ยกให้ Imosteon เลยครับ เสียดายแค่น่าจะรู้นานแล้วว่ามีตัวนี้
Sudjai
ลูกชายดิฉันอายุ 16 ค่ะ ชอบมวยไทยมาก ได้ Imosteon ช่วยไว้ตลอดหลังเจ็บตัวกลับมา
Moo-ee
น่าสนใจมากครับ
Nirun
สั่งไปสองเลยครับ หวังว่าจะช่วยได้จริงๆ
Manit
ผมเข้าใจดีครับ ชกมวยอาชีพเนี่ย ทำลายสุขภาพสุดๆ
Ritra
ซื้อเลยครับ ไม่ต้องคิดมาก ผมจัดไปแล้วครบคอร์สแรก รู้สึกดีขึ้นมากครับ อะไรที่เขาว่าดี ก็ลองมาเยอะแล้ว แต่ไม่มีอะไรเทียบ Imosteon ได้เลยครับ